เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT - Electric Vehicle Association of Thailand) และ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA - The Thai Automotive Industry Association) ได้เผยแพร่ข้อความอย่างเป็นทางการผ่านทาง Facebook Fanpage ของทั้งสองสมาคม

เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระแสข่าวและข้อกังวลในประเด็น "การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU)"


1. ใจความสำคัญของแถลงการณ์ชี้แจง

ในแถลงการณ์ร่วม ทั้งสองสมาคมระบุว่า ได้ติดตามนโยบายด้านภาษีและมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายหลักในการ:

  1. รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย: ทั้งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สันดาปเดิม (ICE/HEV) และกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ (BEV)
  2. สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค: ให้ประชาชนมั่นใจในทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่ายหรือบริการหลังการขายอย่างกะทันหัน
  3. สนับสนุนการลงทุนผลิตในประเทศ (Local Production): สอดรับกับเงื่อนไขมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ที่ค่ายรถยนต์ได้เริ่มเดินสายการผลิตชดเชยในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี 2024 - 2026

2. ย้ำหารือภาครัฐและกรมสรรพสามิตอย่างต่อเนื่อง

EVAT และ TAIA เน้นย้ำว่า ได้มีการประชุมหารือร่วมกับ กระทรวงการคลัง, กรมสรรพสามิต, กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) อย่างสม่ำเสมอ

เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการกำหนดอัตราภาษีและระยะเวลาบังคับใช้ ที่จะไม่สร้างแรงกระแทกเชิงลบต่อห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและตัวแทนจำหน่ายในประเทศ


3. เสียงสะท้อนต่อผู้บริโภคและตลาด EV ไทย

การออกมาชี้แจงของ 2 สมาคมยานยนต์หลักในครั้งนี้ ช่วยคลายความกังวลของผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และตอกย้ำว่าภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมมือกันอย่างบูรณาการ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยคงสถานะเป็น ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา (RHD EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนต่อไปครับ