ข่าวกระทรวงการคลังและบอร์ด EV เตรียมพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปนำเข้า (CBU) สู่ระดับ 30% – 39% กำลังสร้างความกังวลให้แก่ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

คำถามที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดคือ: "รถไฟฟ้ารุ่นที่ฉันเล็งไว้ จะโดนขึ้นราคาด้วยหรือไม่?"

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เราได้รวบรวมและคัดแยกสถานะของแต่ละค่ายยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามความพร้อมของโรงงานในประเทศ:


กลุ่มที่ 1: "รอดตัว" ไม่ขึ้นราคา (หรืออาจถูกลง) เพราะมีโรงงานผลิตในไทย (Tier 1)

ค่ายรถเหล่านี้ได้ทำการลงนามในบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต (มาตรการ EV 3.0 และ 3.5) และได้ดำเนินการก่อสร้างพร้อมเปิดสายการผลิตจริงในประเทศไทยแล้ว จึงได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีสรรพสามิตอัตราต่ำสุด 2% ตามเดิม:

1. BYD (เรเว่ ออโตโมทีฟ / โรงงาน WHA ระยอง)

  • สถานะ: โรงงานผลิตรถยนต์ BYD ในนิคมฯ WHA ระยอง เปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี
  • รุ่นที่ผลิตในไทย: BYD Dolphin, BYD Atto 3
  • ผลกระทบ: ไม่ได้รับผลกระทบจากภาษี 30% ราคาจำหน่ายยังคงเดิม หรือมีโอกาสได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น

2. GAC Aion (โรงงานอมตะซิตี้ ระยอง)

  • สถานะ: เปิดโรงงานเฟสแรก ผลิตทั้ง Aion Y Plus และเตรียมขึ้นไลน์ Aion V
  • ผลกระทบ: ได้รับภาษี Tier 1 ตามเงื่อนไข Local Content ไม่มีการปรับขึ้นราคา

3. Changan (โรงงาน WHA อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 ระยอง)

  • สถานะ: โรงงานฐานการผลิตพวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศจีน กำลังเริ่มประกอบ Deepal L07, Deepal S07 และ Deepal S05
  • ผลกระทบ: ได้รับการคุ้มครองตามเกณฑ์ผู้ผลิตในประเทศ

4. Great Wall Motor (โรงงาน GWM ระยอง)

  • สถานะ: ผลิต ORA Good Cat ในไทยตั้งแต่ต้นปี 2024 พร้อมโรงงานประกอบชุดแบตเตอรี่ SVOLT
  • ผลกระทบ: คงอัตราภาษีต่ำ ปลอดภัยจากมาตรการภาษีนำเข้า

5. MG (SAIC Motor-CP โรงงานชลบุรี)

  • สถานะ: ผลิต New MG4 Electric เวอร์ชันไทย พร้อมโรงงานแบตเตอรี่ HASCO-CP
  • ผลกระทบ: ปลอดภัย ไม่มีการปรับขึ้นราคาในรุ่นที่ประกอบในประเทศ

กลุ่มที่ 2: "เสี่ยงสูง" ส่อแววราคาดีด 20-30% หากโดนภาษี Tier 3

กลุ่มนี้คือแบรนด์และรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU 100%) และยังไม่มีการลงนามผูกพันการสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนหรือประกอบในประเทศไทย:

1. Tesla (เทสลา ประเทศไทย)

  • สถานะปัจจุบัน: รถยนต์ Tesla Model 3 และ Model Y ที่จำหน่ายในประเทศไทย นำเข้าสำเร็จรูป CBU 100% จากโรงงาน Giga Shanghai ประเทศจีน ภายใต้สิทธิประโยชน์ภาษีศุลกากร 0% แต่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการสร้างโรงงานประกอบในไทยตามมาตรการ EV 3.0/3.5
  • ความเสี่ยง: หากกรมสรรพสามิตกำหนดให้รถนำเข้าที่ไม่มีพันธะสัญญาผลิตในไทยต้องเสียภาษีอัตรา Tier 3 (30% - 39%) ราคาจำหน่ายของ Model 3 และ Model Y อาจต้องขยับขึ้น 20% – 25% หรือเพิ่มขึ้นคันละ 300,000 – 450,000 บาท ทันที

2. รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจากยุโรป (CBU นำเข้าจากเยอรมนี / สวีเดน / จีน)

  • รุ่นที่เสี่ยง: Porsche Macan EV, Porsche Taycan, Audi e-tron, Lotus Eletre / Emeya, Zeekr 009 (หากยังไม่เริ่มประกอบในอาเซียน)
  • ผลกระทบ: รถเหล่านี้มีฐานราคาสูงอยู่แล้ว หากอัตราภาษีสรรพสามิตขยับขึ้น จะทำให้ราคาจำหน่ายหน้าโชว์รูมปรับเพิ่มขึ้นหลัก 500,000 ถึง 1,500,000 บาทต่อคัน

3. ผู้นำเข้าอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต)

  • บรรดารถยนต์ไฟฟ้านำเข้ารุ่นพิเศษที่นำเข้ามาจำนวนน้อย จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 3 โดยสมบูรณ์ ทำให้ต้นทุนภาษีพุ่งสูงจนแทบไม่สามารถแข่งขันกับตัวแทนจำหน่ายทางการได้

ตารางเปรียบเทียบผลกระทบราคาตัวรถ หากภาษี CBU 30% บังคับใช้

โมเดลตัวอย่างราคาปัจจุบันภาษีสรรพสามิตเดิมอัตราภาษีใหม่ (Tier 3)ราคาคาดการณ์ใหม่
รถ EV ซิตี้คาร์ CBU จีน500,000 บาท2% – 8%30%~620,000 – 650,000 บาท (+25%)
สปอร์ตซีดาน CBU (เช่น Tesla Model 3)1,599,000 บาท8% – 10%30%~1,950,000 – 2,050,000 บาท (+400k)
เอสยูวีหรู CBU ยุโรป4,500,000 บาท8% – 10%35%~5,600,000 – 5,800,000 บาท (+1.2M)

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ซื้อ

หากรุ่นรถที่คุณกำลังสนใจเป็น รถที่ผลิตในโรงงานไทย (เช่น BYD Dolphin, Atto 3, ORA Good Cat, MG4, Aion Y Plus) ท่านไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะราคาจะไม่ปรับขึ้นอย่างแน่นอน

แต่หากท่านกำลังเล็ง รถนำเข้าสำเร็จรูป CBU 100% โดยเฉพาะแบรนด์ที่ไม่มีโรงงานในไทย ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะสุดท้ายที่ควรจับตานโยบายจาก ครม. อย่างใกล้ชิด เพราะหากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้โดยไม่มีช่วงเวลาผ่อนผัน ราคาป้ายแดงอาจพุ่งขึ้นทันทีในชั่วข้ามคืน