การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเทศไทยครึ่งหลังปี 2026 ทรงตัวอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพสูง ผู้ผลิตยานยนต์ต่างแข่งขันกันด้วยการยกระดับออปชัน การเพิ่มระยะรับประกันแบตเตอรี่ และการมอบแพ็กเกจการชาร์จไฟฟรี มากกว่าการตัดราคาอย่างรุนแรง

ทีมงาน KOJOHN ได้รวบรวมตารางอัปเดต ราคา รถไฟฟ้า 2026 ทุกค่ายหลักในประเทศไทยมาให้ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ได้เช็กราคาก่อนตัดสินใจ


1. กลุ่มรถไฟฟ้าซิตี้คาร์และราคาเข้าถึงง่าย (ราคาไม่เกิน 700,000 บาท)

แบรนด์ / รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าระยะทางวิ่ง (กม.)ราคาเริ่มต้น (บาท)
Neta V-II382 (NEDC)499,000 - 549,000
BYD Dolphin (Standard)410 (NEDC)569,900
GWM ORA Good Cat 400400 (NEDC)629,000
BYD Dolphin (Extended)490 (NEDC)699,900
Wuling Binguo EV333 (CLTC)419,000 - 459,000

2. กลุ่มรถไฟฟ้าคอมแพกต์เอสยูวีและซีดานยอดฮิต (700,000 - 1,100,000 บาท)

แบรนด์ / รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าระยะทางวิ่ง (กม.)ราคาเริ่มต้น (บาท)
Changan Deepal S05510 (CLTC)799,000 - 899,000
GAC Aion V520 (NEDC)899,000 - 999,000
Zeekr X (Standard)440 (NEDC)999,000
Changan Deepal L07540 (NEDC)999,000
BYD Atto 3 (Extended)480 (NEDC)859,900
MG4 Electric (Long Range)540 (NEDC)889,900

3. กลุ่มรถไฟฟ้าสปอร์ตและพรีเมียมเอสยูวี (1,200,000 - 2,000,000 บาท)

แบรนด์ / รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าระยะทางวิ่ง (กม.)ราคาเริ่มต้น (บาท)
Tesla Model 3 (RWD)513 (WLTP)1,599,000
Tesla Model Y (RWD)455 (WLTP)1,749,000
Zeekr 7X605 - 7051,399,000 - 1,599,000
BYD Seal (Performance)580 (NEDC)1,499,000
Volvo EX30 (Ultra)480 (WLTP)1,590,000
XPeng G6 (Long Range)750 (CLTC)1,439,000

4. สิทธิประโยชน์ภาษี EV 3.5 ในปี 2026

ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในปี 2026 ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์สแกนจากมาตรการ EV 3.5 ได้แก่:

  1. เงินอุดหนุนส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป
  2. ภาษีสรรพสามิตลดเหลือ 2% (จากเดิม 8%)
  3. ยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ 9 รายการ ส่งผลให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าผลิตในไทยมีราคาคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น