ในยุคแรกเริ่มของรถยนต์ไฟฟ้า ขดลวดในสเตเตอร์ (Stator Winding) ของมอเตอร์ขับเคลื่อน มักใช้ ลวดทองแดงทรงกลม (Round Wire Winding) แบบเดียวกับมอเตอร์ปั๊มน้ำหรือพัดลมทั่วไป

ทว่าในรถยนต์ไฟฟ้ายุคปี 2026 ค่ายรถชั้นนำทั่วโลกได้เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี Hairpin Winding (ขดลวดทรงเหลี่ยมรูปกิ๊บเสียบผม) แทบทั้งหมด บทความนี้จะพาไปถอดรหัสวิศวกรรมว่าทำไมโครงสร้างลวดทรงเหลี่ยมถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครับ


1. เปรียบเทียบ Slot Fill Factor (พื้นที่เต็มร่องสเตเตอร์)

[ลวดกลม Round Wire] ──> เกิดช่องว่างทรงกลมระหว่างสาย ──> Slot Fill Factor ~45% - 50%
[ลวดเหลี่ยม Hairpin]  ──> ประกบแนบสนิทเรียงแถว ───────> Slot Fill Factor ~70% - 75%
  • ลวดทองแดงทรงกลม (Round Wire): เมื่อพันลวดกลมลงในร่องสเตเตอร์ (Stator Slot) จะเกิดช่องว่างอากาศขนาดใหญ่ระหว่างเส้นลวด ทำให้มีพื้นที่ทองแดงจริงเพียง 45 - 50% เท่านั้น
  • ลวดทองแดงทรงเหลี่ยม (Hairpin Flat Wire): ลวดทองแดงหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามารถดัดเป็นรูปตัว U แล้วเสียบเข้าไปในร่องสเตเตอร์ได้อย่างแนบสนิท ทำให้มีพื้นที่ทองแดงเพิ่มขึ้นเป็น 70 - 75%

2. 3 ประโยชน์ทางวิศวกรรมต่อมอเตอร์ EV

  1. ความหนาแน่นแรงบิดสูงขึ้น (High Torque Density): ปริมาณทองแดงที่เพิ่มขึ้นช่วยให้มอเตอร์สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าได้สูงขึ้น สร้างแรงบิดมหาศาลโดยไม่ต้องขยายขนาดมอเตอร์
  2. การระบายความร้อนยอดเยี่ยม (Superior Thermal Dissipation): ลวดทรงเหลี่ยมมีพื้นที่สัมผัสกับแกนเหล็กสเตเตอร์มากกว่า การถ่ายเทความร้อนไปยังเสื้อระบายความร้อนด้วยน้ำ (Cooling Jacket) ทำได้รวดเร็วขึ้น ลดความร้อนสะสมขณะลากความเร็วสูง
  3. ประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด 98% (High Efficiency): ลดความต้านทานไฟฟ้า (Copper Loss) ส่งผลให้มอเตอร์กินไฟน้อยลง และช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

3. สรุปผลกระทบต่อผู้ขับขี่

เทคโนโลยี Hairpin Winding ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าในรถ EV ยุคใหม่มีขนาดเล็กและเบาลง ทำให้มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น ในขณะที่ให้อัตราเร่งออกตัวที่จัดจ้านและประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ในชีวิตประจำวันครับ