การขับ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) เดินทางไกลท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไปในปี 2026 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเร็ว (DC Fast Charger) ได้รับการขยายตัวครอบคลุมทุกเส้นทางหลักและเส้นทางรองทั่วประเทศ
ทีมงาน KOJOHN สรุปเทคนิคการวางแผนเดินทาง การคำนวณพลังงานสำรอง และรวมแอปพลิเคชันที่ต้องมีติดเครื่องมาให้ผู้ใช้รถ EV ทุกท่านครับ
1. กฎทอง 20% SoC Reserve Rule (คำนวณแบตเตอรี่สำรอง)
เมื่อวางแผนเดินทางไกล ไม่ควรวางแผนให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (0%) เมื่อถึงสถานีชาร์จถัดไป:
- กฎสำรองพลังงาน 20%: ให้วางแผนเข้าชาร์จไฟเมื่อระดับแบตเตอรี่ (State of Charge - SoC) เหลืออยู่ที่ประมาณ 20% เสมอ
- เหตุผล: เพื่อสำรองพลังงานไว้ในกรณีที่ตู้ชาร์จจุดหมายปลายทางเสีย ปิดให้บริการ หรือต้องขับวนหาจุดชาร์จสำรองข้างเคียง รวมทั้งช่วยถนอมอุณหภูมิแพกแบตเตอรี่
2. 4 แอปพลิเคชันรวมสถานีชาร์จต้องมีติดเครื่องในไทยปี 2026
- PEA VOLTA: แอปหลักสำหรับการเดินทางออกต่างจังหวัดของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีสถานีชาร์จครอบคลุมบน Highway สายหลักทุกๆ 50 - 100 กิโลเมตร
- EleXA (EGAT): แอปพลิเคชันจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชูจุดเด่นตู้ชาร์จกำลังไฟสูง Ultra-Fast Charge 120 kW - 300 kW
- EV Station PluZ (OR): แอปพลิเคชันของ ปตท. อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station มีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านกาแฟ และร้านอาหารครบครัน
- PlugShare / ABRP (A Better Routeplanner): แอปพลิเคชันระดับสากลที่ช่วยวางแผนคำนวณจุดแวะชาร์จไฟตามความสูงของเส้นทางและพฤติกรรมการขับขี่โดยอัตโนมัติ
3. มารยาทและเทคนิคการชาร์จช่วงเทศกาล
- ชาร์จถึง 80% แล้วออกเดินทางต่อ: ในการชาร์จ DC Fast Charge ความเร็วในการชาร์จจะลดลงอย่างมากหลังจากแบตเตอรี่เกิน 80% (Charging Curve Drop) การชาร์จจาก 80% ไปถึง 100% ใช้เวลานานพอๆ กับการชาร์จจาก 10% ไป 80%
- เลื่อนรถออกจากช่องชาร์จทันทีเมื่อชาร์จเสร็จ: เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมทางคันอื่นได้ใช้งาน และหลีกเลี่ยงการถูกคิดค่าธรรมเนียมการจอดแช่ (Idle Fee)





