เบี้ยประกันภัยชั้น 1 สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทยปี 2026 ได้ปรับเข้าสู่สภาวะเสถียรและมีมาตรฐานชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากสำนักงาน คปภ. ได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าแบบเฉพาะ (EV Specific Policy Standard) เพื่อสร้างความคุ้มครองที่เป็นธรรมแก่ทั้งผู้เอาประกันและบริษัทประกันภัย
ทีมงาน KOJOHN สรุปตารางค่าเสื่อมแบตเตอรี่ เงื่อนไขการเคลม และวิธีรักษาประวัติดีมาให้ศึกษากันครับ
1. ตารางการหักค่าเสื่อมราคาแบตเตอรี่ คปภ. (กรณีเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่)
ในกรณีที่แบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุจนต้องเปลี่ยนแพกใหม่ทั้งก้อน บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าชดเชยตามอายุการใช้งานรถดังนี้:
- อายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี: คุ้มครองค่าแบตเตอรี่ก้อนใหม่ 100%
- อายุการใช้งานเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี: คุ้มครอง 90% (ผู้เอาประกันร่วมจ่าย 10%)
- อายุการใช้งานเกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี: คุ้มครอง 80%
- อายุการใช้งานเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี: คุ้มครอง 70%
- อายุการใช้งานเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี: คุ้มครอง 60%
- อายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป: คุ้มครอง 50%
(หมายเหตุ: หากผู้เอาประกันซื้อออปชันเสริม "คุ้มครองแบตเตอรี่ 100% เต็มทุน" เพิ่มเติม จะไม่ต้องจ่ายส่วนต่างค่าเสื่อมราคา)
2. เงื่อนไขการคุ้มครองน้ำท่วมและ Wallbox
- การขับลุยน้ำท่วมขัง: กรมธรรม์คุ้มครองความเสียหายของระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่อันเกิดจากภัยน้ำท่วม เว้นแต่เป็นการเจตนาขับลุยน้ำลึกเกินระดับที่ผู้ผลิตกำหนด
- เครื่องชาร์จไฟบ้าน (EV Wallbox): กรมธรรม์ประกันภัย EV ปี 2026 รวมความคุ้มครองตัวเครื่อง Wallbox ที่ติดตั้ง ณ บ้านระบุในกรมธรรม์ กรณีเกิดไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้าลัดวงจร หรือการโจรกรรม
3. 3 เคล็ดลับต่อประกันภัย EV ให้เบี้ยประหยัดลง 20-30%
- ระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver): การระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 2 คน ช่วยลดเบี้ยประกันภัยลงได้ 5% - 20%
- รักษาประวัติดี (No Claim Discount - NCD): หากไม่มีการเคลมฝ่ายผิดตลอดปีแรก ปีถัดไปจะได้รับส่วนลดประวัติดี 20% ถึงสูงสุด 50% ในปีที่ 5
- ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ (Dashcam): กล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถ ช่วยรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มอีก 5%





