การทำ ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 (Type 1 EV Insurance) ในปี 2026 มีความชัดเจนและโปร่งใสยิ่งขึ้น หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้บังคับใช้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามาตรฐาน

ทีมงาน KOJOHN สรุปสาระสำคัญที่ผู้ใช้รถ EV ในไทยต้องรู้เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองอย่างครบถ้วนครับ


1. ตารางความคุ้มครองแบตเตอรี่แรงดันสูง (HV Battery Replacement)

เนื่องจากแบตเตอรี่คิดเป็นมูลค่า 40 – 50% ของราคารถทั้งคัน คปภ. จึงกำหนดเกณฑ์การชดเชยกรณีแบตเตอรี่เสียหายจากอุบัติเหตุจนต้องเปลี่ยนยกลูกใหม่:

อายุการใช้งานของรถ EVสัดส่วนการชดเชยค่าแบตเตอรี่ (ตามเกณฑ์ คปภ.)หากซื้อความคุ้มครองเสริม (100% Battery Buyback)
ปีที่ 1 (0 - 12 เดือน)100% เต็มจำนวน (ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)100%
ปีที่ 2 (13 - 24 เดือน)90% (ผู้เอาประกันร่วมจ่าย 10%)100%
ปีที่ 3 (25 - 36 เดือน)80% (ผู้เอาประกันร่วมจ่าย 20%)100%
ปีที่ 4 (37 - 48 เดือน)70% (ผู้เอาประกันร่วมจ่าย 30%)100%
ปีที่ 5 ขึ้นไปขั้นต่ำ 50%100%

คำแนะนำ KOJOHN: ควรเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติม (Rider) คุ้มครองแบตเตอรี่ 100% เสมอ โดยมีค่าเบี้ยเพิ่มเพียง 1,500 – 2,500 บาทต่อปี แต่ช่วยประหยัดเงินได้หลายแสนบาทหากเกิดอุบัติเหตุ


2. ความคุ้มครองแท่นชาร์จประจำบ้าน (Wallbox Charger Coverage)

ประกันภัย EV ชั้น 1 ปี 2026 ได้บรรจุความคุ้มครองแท่นชาร์จ Home Charger ที่ติดตั้งถูกต้องตามมาตรฐาน:

  • คุ้มครองตัวเครื่องชาร์จ: จากกรณีไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม หรือการโจรกรรม วงเงินคุ้มครอง 30,000 – 50,000 บาท
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-Party Liability during Charging): คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินข้างเคียงหรือบุคคลภายนอก หากเกิดประกายไฟหรือไฟฟ้าลัดวงจรขณะชาร์จไฟ

3. ทริกลดเบี้ยประกันภัย EV ต่ออายุปีที่ 2 - 3

  1. ระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver): ระบุได้สูงสุด 2 คน ช่วยลดเบี้ยประกันได้ 5% – 20%
  2. ติดกล้องหน้ารถที่บันทึกข้อมูล Telematics: รับส่วนลดกล้องหน้ารถ 5% – 10%
  3. ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus - NCB): หากไม่มีการเคลมฝ่ายผิดในปีแรก จะได้รับส่วนลดเบี้ยในปีถัดไป 20% และเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 50% ในปีที่ 4 ครับ