กระแสการท่องเที่ยวแบบกางเต็นท์แคมป์ปิ้งและกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Lifestyle) ในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นพาหนะยอดนิยมอันดับ 1 ของสายแคมป์ปิ้ง

ด้วยความสามารถในการจ่ายไฟ 220V ผ่านระบบ Vehicle-to-Load (V2L) และการเปิดแอร์นอนในรถได้โดยไม่มีกลิ่นควันไอเสียรบกวนธรรมชาติ


1. การคำนวณการใช้ไฟ V2L กับเครื่องใช้ไฟฟ้า

ระบบ V2L ในรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จ่ายไฟกระแสสลับ 220V สูงสุด 3,300W – 6,600W (15A - 30A):

เครื่องใช้ไฟฟ้าสายแคมป์กำลังไฟฟ้า (วัตต์)เวลาใช้งานต่อครั้งแบตเตอรี่ที่ใช้ไป (โดยประมาณ)
เครื่องชงกาแฟสด Espresso1,500W10 นาที (4-5 แก้ว)0.25 kWh (< 0.5%)
เตาปิ้งย่าง/สุกี้ไฟฟ้า1,800W1.5 ชั่วโมง2.70 kWh (~ 4 - 5%)
หม้อหุงข้าวไฟฟ้า600W30 นาที0.30 kWh (< 0.5%)
พัดลมแคมป์ปิ้ง / ไฟประดับ LED50W8 ชั่วโมงตลอดคืน0.40 kWh (< 0.8%)
รวมการใช้ไฟทำอาหารและแสงสว่างตลอดทริป--ประมาณ 3.5 - 4.0 kWh (เพียง 6% ของแบต)

2. การเปิดแอร์นอนในรถ (Camp Mode / Utility Mode)

  • อัตราการกินพลังงาน: ในสภาพอากาศกลางคืนของลานกางเต็นท์ (22 - 26°C) การตั้งอุณหภูมิแอร์ในรถที่ 24°C พัดลมเบอร์ 1 - 2 จะกินพลังงานประมาณ 0.8 – 1.2 kWh ต่อชั่วโมง
  • นอนหลับ 8 ชั่วโมงข้ามคืน: กินแบตเตอรี่ไปเพียง 8% – 12% เท่านั้น ทำให้ยังเหลือพลังงานขับกลับบ้านหรือเข้าสถานีชาร์จได้อย่างสบายใจ

3. ข้อกำหนดการลากจูงเทรลเลอร์ (Towing) ให้ถูกกฎหมายไทย

  • พิกัดการลากจูง (Towing Capacity): ตรวจสอบคู่มือประจำรถ รถ EV ขับเคลื่อนล้อหลังหรือ 4 ล้อส่วนใหญ่รองรับการลากจูงเทรลเลอร์แบบไม่มีเบรกได้ 750 กิโลเมตร และแบบมีเบรกในตัว (Braked Trailer) ได้ถึง 1,500 – 2,000 กิโลกรัม
  • การติดตั้งชุดขอลาก (Tow Bar): ต้องเป็นชุดที่ผ่านมาตรฐานวิศวกรรม ไม่ดัดแปลงโครงสร้างแชสซีส์ และต้องนำรถไปตรวจสภาพพร้อมแจ้งลงเล่มทะเบียนกับ กรมการขนส่งทางบก (DLT) เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายครับ