ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ GAC AION Thailand ค่ายรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากมณฑลกว่างโจว ประเทศจีน ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจระยะกลาง (ปี 2026–2028) อย่างเป็นทางการ

หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การนำเข้ารถรุ่นใหม่ แต่เป็นการทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อ "ลงหลักปักฐาน" ในประเทศไทยอย่างครบวงจร ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ โรงงานชิ้นส่วนสำคัญ และโครงสร้างพื้นฐานระดับพลิกโฉมอย่าง สถานีสลับแบตเตอรี่ความเร็วสูง


1. ทุ่มงบ 5,000 ล้านบาท ผุดโรงงานแห่งที่ 2 และฐานผลิตชิ้นส่วนหลัก

หลังจากที่ GAC Aion ได้เปิดโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในจังหวัดระยองไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดบริษัทเตรียมทุ่มงบประมาณลงทุนเพิ่มอีกกว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้าง โรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวของกำลังการผลิตและการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำ (Supply Chain Localization) อย่างจริงจัง:

  • โรงงานประกอบแบตเตอรี่ (Battery Pack Assembly Plant): เตรียมเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใน เดือนตุลาคม 2026 นี้
  • โรงงานประกอบมอเตอร์ไฟฟ้า (Drive Motor Assembly Plant): มีกำหนดเปิดสายการผลิตในช่วง ต้นปี 2027

การผลิตแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าในประเทศ จะช่วยให้ GAC Aion สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์สัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเมื่อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เริ่มบังคับใช้


2. ลุย 'สถานีสลับแบตเตอรี่' 2 นาทีจบ พลิกโฉมแท็กซี่สาธารณะ

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตามองที่สุดคือ แผนการบุกเบิก ธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Network) ในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานรถเชิงพาณิชย์และรถสาธารณะ (Fleet):

  • เป้าหมายเฟสแรก: ก่อสร้างสถานีสลับแบตเตอรี่จำนวน 20 – 25 แห่ง ภายในปีนี้ โดยเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในกรุงเทพฯ เช่น บริเวณใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และจุดศูนย์กลางระบบขนส่ง
  • ความเร็วในการสลับแบต: ใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ใช้เวลาสลับแบตเตอรี่ใต้ท้องรถเพียง ประมาณ 2 นาทีต่อคัน (เร็วกว่าการเติมน้ำมันทั่วไป)
  • ขีดความสามารถในการรองรับ: แต่ละสถานีสามารถรองรับการสลับแบตเตอรี่ได้สูงสุดถึง 700 คันต่อวัน

ระบบนี้จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของคนขับรถแท็กซี่ไฟฟ้า (เช่น Aion ES Taxi) ที่ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จไฟนาน 30-45 นาทีในช่วงเปลี่ยนกะหรือเวลาเร่งด่วน ทำให้มีเวลาในการรับส่งผู้โดยสารและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


3. แผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 8–10 รุ่น และความร่วมมือกับ Huawei

สำหรับแผนผลิตภัณฑ์ในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2026–2028) GAC Aion วางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 8 – 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งแบรนด์หลักและเทคโนโลยีขุมพลังที่หลากหลาย:

ไตรมาส 4 ปี 2026 (เป้าหมายยอดขาย 15,000 - 18,000 คัน)

  1. Aion i60: คอมแพกต์ SUV ไฟฟ้าสายลุย แพลตฟอร์ม AEP เจเนอเรชันใหม่ (เปิดตัว พ.ย. 2026)
  2. Aion UT CROSS: แฮทช์แบ็ก 5 ประตูตกแต่งสไตล์ Crossover ยกสูง (เปิดตัว ธ.ค. 2026 ที่ Motor Expo)

แผนผลิตภัณฑ์ปี 2027

  • Aion N60: ซีดานครอบครัวขนาดกลาง
  • Aion B10: เอสยูวีรุ่นใหม่
  • Hyptec s600: รถยนต์สปอร์ตพรีเมียมระดับเรือธง
  • รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Micro Multi-purpose EV): รถไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ Kei Car สำหรับการเดินทางในเมือง

การขยายขุมพลัง REEV และ PHEV

เพื่อรับมือกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนผ่าน GAC มีแผนนำเสนอรถยนต์ประเภท REEV (Range Extender Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid) เสริมทัพควบคู่ไปกับรถไฟฟ้า 100% (BEV)

แบรนด์พรีเมียมร่วมกับ Huawei

GAC อยู่ระหว่างการพัฒนาความร่วมมือเชิงลึกกับ Huawei เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมยุคใหม่ ที่จะนำระบบขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะ (Huawei Qiankun ADS) และระบบห้องโดยสาร HarmonyOS เข้ามาติดตั้งในรถยนต์หรูรุ่นใหม่ในอนาคต


4. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

การขยับตัวอย่างดุดันของ GAC ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า:

  1. ไทยยังคงเป็นศูนย์กลาง (Hub) ยานยนต์ของอาเซียน: การสร้างโรงงานแห่งที่ 2 และโรงงานผลิตชิ้นส่วนหลัก ยืนยันถึงความมั่นใจของนักลงทุนจีนต่อศักยภาพของแรงงานและโครงสร้างพื้นฐานไทย
  2. มาตรฐานบริการหลังการขายจะยกระดับขึ้น: การมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่และมอเตอร์ในประเทศ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรอคอยอะไหล่นานและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
  3. ระบบนิเวศ Battery Swap เกิดขึ้นจริงในไทย: หากโมเดลสถานีสลับแบตเตอรี่ประสบความสำเร็จกับกลุ่มแท็กซี่ ในอนาคตอาจขยายสู่รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป สร้างทางเลือกใหม่นอกเหนือจากการชาร์จที่บ้านและสถานีชาร์จสาธารณะ

ยุทธศาสตร์การลงทุน 5,000 ล้านบาทของ GAC Aion ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม