การเปิดเกมรุกของเครือ Chery Group ในประเทศไทยก้าวสู่อีกระดับ ด้วยการนำเสนอทางเลือกขุมพลัง Super Hybrid (PHEV) ที่ตอบโจทย์การเดินทางไกลไร้กังวลเรื่องการหาหัวชาร์จ
ผ่านการเปิดตัว 2 เอสยูวีรุ่นเรือธง: Omoda C9 และ Jaecoo 7 PHEV
1. Chery Omoda C9: คูเป้เอสยูวีพรีเมียม D-Segment
Omoda C9 ถูกออกแบบมาเพื่อท้าชนเอสยูวีระดับหรูของยุโรปและญี่ปุ่น:
- ช่วงล่างแม่เหล็กไฟฟ้าแปรผัน CDC (Continuous Damping Control): ปรับความหนืดโช้กอัพอัตโนมัติตามสภาพพื้นผิวถนนและมุมเลี้ยวในระดับมิลลิวินาที
- ระบบขับเคลื่อน Super Hybrid DHT: เครื่องยนต์ 1.5 TGDI ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้พละกำลังรวม 449 แรงม้า แรงบิด 605 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่ความจุ 34.46 kWh: วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 150 กิโลเมตร (CLTC) และเมื่อรวมน้ำมันวิ่งได้ไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร
- ห้องโดยสารเฟิร์สคลาส: หน้าจอโค้งคู่ 24.6 นิ้ว ลำโพง Sony 14 ตัว เบาะหนังแท้ Nappa พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ
2. Jaecoo 7 PHEV: เอสยูวีสายลุยออฟโรดอัจฉริยะ
สำหรับผู้ที่หลงใหลกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้ง Jaecoo 7 PHEV มอบความทนทานและความอเนกประสงค์:
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ARDIS (All Road Drive Intelligent System): มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 โหมด (รวมถึง Sand, Mud, Snow และ Off-road)
- แบตเตอรี่ 19.27 kWh: วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกล 95 – 105 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC Fast Charge
- ระบบจ่ายไฟภายนอก V2L (3.3 kW): รองรับการเสียบเตาปิ้งย่างไฟฟ้าและเครื่องชงกาแฟขณะกางเต็นท์ในป่าได้อย่างสะดวกสบาย
3. สรุปราคาคาดการณ์และการวางจำหน่ายในไทย
Omoda & Jaecoo Thailand เตรียมเปิดตัวและส่งมอบในไทย:
- Jaecoo 7 PHEV: คาดการณ์ราคาจำหน่ายในไทยช่วง 1,090,000 – 1,290,000 บาท
- Omoda C9 Super Hybrid: คาดการณ์ราคาจำหน่ายในไทยช่วง 1,490,000 – 1,790,000 บาท





