ลองจินตนาการดูครับว่า ในระหว่างที่คุณแวะจุดพักรถแล้วเดินเข้าไปสั่งกาแฟดริปสักแก้ว กว่าบาริสต้าจะสกัดช็อตและเสิร์ฟเครื่องดื่มใส่มือ แบตเตอรี่รถตู้ MPV ไฟฟ้าคันใหญ่ยาวกว่า 5.25 เมตรที่จอดรออยู่ด้านนอก กลับชาร์จไฟจาก 10% พุ่งไปถึง 97% เสร็จเรียบร้อยในเวลาเพียง 9 นาที!

นี่ไม่ใช่ตัวเลขจากรถต้นแบบในอนาคตอีกต่อไป แต่คือไฮไลต์จริงของ NEW DENZA D9 ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าพรีเมียม 7 ที่นั่งในเครือ BYD ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้แนวคิด ‘LIMITLESS ELEGANCE’ ซึ่งทีมงานได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัวและสัมผัสตัวรถจริงมาแบบใกล้ชิด พร้อมการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่บอกเลยว่าเขย่าตลาด Luxury MPV เมืองไทยเต็มแรง


ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ NEW DENZA D9 ในประเทศไทย

สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทย NEW DENZA D9 มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย โดยเป็นราคาประกาศสำหรับปี 2569 และ รถล็อตแรกมีจำนวนจำกัด:

  • NEW DENZA D9 รุ่น Extended (ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD): ราคา 2,199,900 บาท
  • NEW DENZA D9 รุ่น Performance AWD (มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ): ราคา 2,599,900 บาท

เมื่อเทียบกับสิ่งที่อัปเกรดขึ้นมาแบบยกชุดทั้งโครงสร้างไฟฟ้าแรงดันสูง มอเตอร์ชุดใหม่ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วงล่างวาล์วคู่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับเฟิร์สคลาส ต้องยอมรับว่าเป็นการวางตำแหน่งราคาที่ดุดันมาก สามารถลองคำนวณค่างวดและวางแผนดาวน์ล่วงหน้าได้ที่เครื่องมือ คำนวณไฟแนนซ์รถยนต์


ตารางสรุปสเปกทางการ NEW DENZA D9 ทั้ง 2 รุ่นย่อย

รายการข้อมูลจำเพาะNEW DENZA D9 ExtendedNEW DENZA D9 Performance AWD
ราคาจำหน่ายทางการ (ปี 2569)2,199,900 บาท2,599,900 บาท
ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
พละกำลังสูงสุด340 kW (ประมาณ 462 PS)410 kW (ประมาณ 557 PS)
แรงบิดสูงสุด365 นิวตัน-เมตร445 นิวตัน-เมตร
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.8.5 วินาที7.3 วินาที
สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า1000V High-Voltage Architecture1000V High-Voltage Architecture
แบตเตอรี่BYD 2nd Gen Blade Battery 115 kWhBYD 2nd Gen Blade Battery 115 kWh
ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC)730 กิโลเมตร650 กิโลเมตร
เทคโนโลยีชาร์จเร็วBYD FLASH TECHNOLOGY (10–70% ใน 5 นาที / 10–97% ใน 9 นาที)*BYD FLASH TECHNOLOGY (10–70% ใน 5 นาที / 10–97% ใน 9 นาที)*
ระบบกันสะเทือนอัจฉริยะDiSus-C แบบวาล์วคู่ (Dual-Valve)DiSus-C แบบวาล์วคู่ (Dual-Valve)
เบาะนั่งแถวที่ 2 (VIP)Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง + นวด 10 จุดAir SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง + นวด 16 จุด (หนังแท้ NAPPA)
เบาะนั่งแถวที่ 3ปรับเอนไฟฟ้า 4 ทิศทาง + พับไฟฟ้า 60:40ปรับเอนไฟฟ้า 4 ทิศทาง + พับไฟฟ้า 60:40 + ระบายอากาศ/อุ่นเบาะ
ระบบเครื่องเสียงDEVIALET รอบทิศทาง 16 ตำแหน่งDEVIALET รอบทิศทาง 16 ตำแหน่ง
ล้อและยางล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้วล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว

*หมายเหตุ: ตัวเลขเวลาการชาร์จอ้างอิงจากข้อมูลผู้ผลิตเมื่อใช้งานร่วมกับระบบชาร์จที่รองรับตามเงื่อนไขการทดสอบ


เจาะ 4 ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ NEW DENZA D9 ไม่ใช่แค่การปรับโฉมทั่วไป

1. ก้าวกระโดดสู่สถาปัตยกรรม 1000V และแบตเตอรี่ Blade Gen 2 ความจุ 115 kWh

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในการเปิดตัวครั้งนี้คือ NEW DENZA D9 ไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาหรือวัสดุตกแต่ง แต่เป็นการยกเครื่องหัวใจหลักของรถไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1000V จับคู่กับ BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าที่ให้มา 103.36 kWh)

ผลลัพธ์ที่ได้คือระยะทางวิ่งในรุ่น Extended ขยับขึ้นไปไกลถึง 730 กิโลเมตร (NEDC) และเมื่อผสานกับ BYD FLASH TECHNOLOGY ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 70% ในเวลาเพียง 5 นาที หรือจาก 10% ถึง 97% ในเวลาเพียง 9 นาที ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องการรอชาร์จระหว่างเดินทางไกลของรถตระกูล MPV ขนาดใหญ่ไปอย่างสิ้นเชิง (อ่านเจาะลึกเทคโนโลยีนี้ต่อได้ในบทความ เจาะลึกสถาปัตยกรรม 1000V และ BYD FLASH TECHNOLOGY ใน NEW DENZA D9)

2. ขุมพลังแรงขึ้นก้าวกระโดด พร้อมช่วงล่าง DiSus-C Dual-Valve มาตรฐานทุกรุ่น

แม้ตัวถังจะมีความยาวถึง 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,900 มม. และระยะฐานล้อยาวถึง 3,110 มม. (พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.85 เมตร) แต่พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าชุดใหม่ได้รับการอัปเกรดขึ้นอย่างชัดเจน:

  • รุ่น Extended: กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 340 kW (+110 kW จากรุ่นปี 2024) แรงบิด 365 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที
  • รุ่น Performance AWD: กำลังสูงสุดทะลุไปถึง 410 kW (+135 kW จากรุ่นปี 2024) แรงบิด 445 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. เพียง 7.3 วินาที

ที่สำคัญคือ รอบนี้ไม่ต้องเลือกรุ่นท็อปเพื่อให้ได้ช่วงล่างไฟฟ้าอัจฉริยะอีกต่อไป เพราะทั้งสองรุ่นย่อยได้ ระบบกันสะเทือนอัจฉริยะแบบวาล์วคู่ DiSus-C Dual-Valve เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้งลง 22% และลดอาการหน้าเชิดหรือท้ายยุบขณะเร่งและเบรกกะทันหันลงถึง 24% ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัวนุ่มนวล CST (Comfort Stop) เพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งสบายไร้แรงกระชาก

3. ห้องโดยสาร VIP 7 ที่นั่ง (2-2-3) ที่คนขับอาจอยากย้ายมานั่งข้างหลังแทน

เมื่อก้าวผ่านประตูสไลด์ไฟฟ้าเข้ามาในห้องโดยสาร สิ่งที่สะท้อนความเป็นพระเอกของรถตระกูลนี้คือความสบายของเบาะแถวสอง โดยเฉพาะในรุ่น Performance AWD ที่อัปเกรดเป็นเบาะ Air SPA Zero-Gravity หุ้มหนังแท้ NAPPA ปรับไฟฟ้าละเอียดถึง 14 ทิศทาง พร้อมที่รองขาไฟฟ้าและ ระบบนวดไฟฟ้า 16 จุด ตกแต่งด้วยไม้แท้ White Ash และบุเพดานด้วยหนังกลับ Premium Suede

นอกจากนี้ยังแก้จุดที่ผู้ใช้รถ MPV เรียกร้องมากที่สุด ด้วยการให้ เบาะแถวที่ 3 ปรับเอนไฟฟ้า 4 ทิศทาง และพับแยกไฟฟ้า 60:40 มาครบทั้งสองรุ่นย่อย (รุ่น AWD เพิ่มระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะแถว 3 ให้ด้วย) พร้อมขยายพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายสูงสุดเป็น 2,436 ลิตร ซึ่งรวมช่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้พื้นใหม่ขนาด 126 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้พร้อมกันถึง 7 ใบแม้มีผู้โดยสารเต็มคัน

4. เครื่องเสียง DEVIALET 16 ลำโพง พร้อม Google Built-in และสั่งงานเสียง 6 โซน

ด้านความบันเทิงและการเชื่อมต่อ NEW DENZA D9 ย้ายตำแหน่งคันเกียร์ไปไว้ที่ คอพวงมาลัยด้านขวา ช่วยให้คอนโซลกลางโปร่งและใช้งานสะดวกขึ้น มาพร้อมจอกลางสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว หน้าจอผู้ขับขี่ LCD 3 มิติ ขนาด 10.25 นิ้ว แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย 50W จำนวน 4 ตำแหน่ง ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะแยกอิสระ 6 โซน พร้อม Google Built-in และชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ DEVIALET ลำโพงรอบทิศทาง 16 ตำแหน่ง (ส่วนรุ่น Performance AWD เพิ่มจอส่วนตัวแถวสองขนาด 12.8 นิ้ว 2 จอ พร้อมกล้องเว็บแคม HD, หน้าจอ W-HUD ขนาด 12 นิ้ว, กระจกมองหลัง Streaming Rearview Mirror และระบบ AR-Projection ฉายสัญลักษณ์บนพื้นเพื่อเปิดประตูสไลด์และฝาท้ายแบบแฮนด์ฟรี)


สีตัวถังภายนอกและระบบความปลอดภัย

NEW DENZA D9 ยังคงเอกลักษณ์กระจังหน้าดีไซน์ π-Motion อันสง่างาม ผสานเส้นสายด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวตกและไฟท้าย LED ทรงลูกศร มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 4 สไตล์ ได้แก่:

  1. สีน้ำเงิน Whale Sea Blue (เฉพาะรุ่น Performance AWD)
  2. สีขาว Arctic White
  3. สีดำ Quantum Black
  4. สีเทา Titanium Grey

ด้านความปลอดภัยจัดเต็มด้วยโครงสร้างนิรภัยพร้อม ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง, กล้องบันทึกภาพการขับขี่ (DVR), ระบบตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ (DMS), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบเตือนจุดอับสายตาและเตือนเมื่อเปิดประตู (BSD / DOW) ตลอดจนระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถตัดผ่านทั้งด้านหน้าและขณะถอยหลัง (FCTA / FCTB และ RCTA / RCTB)


มุมมองแรกจากงานเปิดตัว: เมื่อ MPV ไฟฟ้าไม่ได้แข่งกันแค่ความหรูอีกต่อไป

แม้การได้สัมผัส NEW DENZA D9 ในงานเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการสำรวจคันจริงบนเวทียังไม่ใช่การนำออกไปทดลองขับบนถนนจริง แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนมากคือ DENZA ไม่ได้ปรับปรุงรถรุ่นนี้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราในห้องโดยสารเท่านั้น แต่เลือกยกระดับทั้ง เทคโนโลยีแบตเตอรี่ สถาปัตยกรรมการชาร์จ และสมรรถนะช่วงล่าง ขึ้นมาพร้อมกันในคราวเดียว

เพราะในยุคถัดไปของรถยนต์ไฟฟ้า คำตอบของการเดินทางไกลอาจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขว่าแบตเตอรี่วิ่งได้ไกลกี่กิโลเมตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ทุกนาทีของการเดินทาง—ตั้งแต่จังหวะแวะชาร์จไม่กี่นาทีไปจนถึงการเอนหลังฟังเพลงบนเบาะแถวสอง—ราบรื่นและสะดวกสบายไร้รอยต่อที่สุด

อ่านบทความเจาะลึกชุดพิเศษ NEW DENZA D9 ต่อได้ที่นี่