การฟื้นตัวครั้งสำคัญของ Xpeng: ยอดส่งมอบเดือนมิถุนายนพุ่งแตะระดับสูงสุดในปี 2026 พร้อมแรงส่งจาก GX SUV
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศจีนยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ล่าสุด Xpeng (NYSE: XPEV) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการพลิกฟื้นสถานการณ์ได้อย่างน่าประทับใจ โดยในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดส่งมอบรถยนต์ได้สูงถึง 40,126 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายเดือนที่สูงที่สุดในปีนี้ และเป็นการยุติช่วงเวลาที่ยอดขายติดลบเมื่อเทียบปีต่อปี (Year-on-Year) มาต่อเนื่องถึง 5 เดือน นับเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
วิเคราะห์ตัวเลขและสถานการณ์การเติบโต
ตัวเลข 40,126 คันในเดือนมิถุนายน ไม่เพียงแต่เป็นการเติบโตถึง 15.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังเป็นการกระโดดขึ้นถึง 24.78% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม โดยภาพรวมในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 Xpeng ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 103,295 คัน ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ที่บริษัทได้วางไว้ (100,000 - 106,000 คัน) แม้ตัวเลขไตรมาสที่ 2 จะดูทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่หากพิจารณาเทียบกับไตรมาสที่ 1 (62,682 คัน) จะพบว่าบริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 64.8% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและการตอบรับที่ดีต่อโมเดลใหม่
ตารางเปรียบเทียบยอดส่งมอบรายไตรมาส (2024-2026)
| ไตรมาส | 2024 (คัน) | 2025 (คัน) | 2026 (คัน) |
|---|---|---|---|
| Q1 | 21,821 | 94,008 | 62,682 |
| Q2 | 30,207 | 103,181 | 103,295 |
| Q3 | 46,533 | 116,007 | - |
| Q4 | 91,507 | 116,249 | - |
[!IMPORTANT] การเร่งกำลังการผลิตของรุ่น GX เป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ Xpeng ได้ประกาศลดระยะเวลาการรอคอยรถ (Lead time) ลง 1-3 สัปดาห์สำหรับลูกค้าที่เดิมต้องรอมากกว่า 35 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง
GX SUV: หัวหอกตัวใหม่ในตลาดพรีเมียม
ความสำเร็จในเดือนมิถุนายนมี "พระเอก" คือรุ่น GX ซึ่งทำยอดส่งมอบไปได้ถึง 6,739 คันในเดือนแรกของการทำตลาดเต็มรูปแบบ โดยรถยนต์คันที่ 10,000 ได้ออกจากสายการผลิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว GX ถูกวางตำแหน่งให้เป็น SUV ระดับเรือธงที่มีราคาจำหน่ายในจีนเริ่มต้นที่ 269,800 หยวน (ประมาณ 1,243,000 บาท) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ท้าทายคู่แข่งในตลาดพรีเมียมอย่างรุนแรง ด้วยทางเลือกทั้งระบบไฟฟ้าล้วน (BEV) และระบบขยายระยะทาง (Extended-range) ทำให้ GX สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จได้ดี
แผนผังกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าในปัจจุบัน
การขยายตัวในตลาดโลกและอนาคตของ Mona Lineup
นอกเหนือจาก GX แล้ว Xpeng ยังคงมุ่งเน้นที่รุ่น X9 ซึ่งเป็น MPV ระดับหรูที่สร้างสถิติยอดส่งมอบสะสมทะลุ 60,000 คันไปแล้ว และปัจจุบันได้เริ่มบุกตลาดในยุโรป 7 ประเทศ รวมถึงเยอรมนีและนอร์เวย์ นอกจากนี้ ความหวังใหม่ของบริษัทคือซีรีส์ "Mona" โดยเฉพาะรุ่น L03 ซึ่งเป็น SUV สำหรับคนรุ่นใหม่ เตรียมเปิดตัวในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งยอดขายสำคัญเทียบเท่ากับรุ่น M03 ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทำยอดขายสูงถึง 175,689 คันในปี 2025
สำหรับประเทศไทย แม้ Xpeng จะยังคงต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง BYD, Great Wall Motor และค่ายรถยนต์จากจีนรายอื่นๆ แต่ด้วยนโยบายสนับสนุน EV ของภาครัฐที่ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 30% ของยอดขายรถใหม่ภายในปี 2030 ประกอบกับความพร้อมด้านสถานีชาร์จ (CCS/CHAdeMO) ที่มีมากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ Xpeng มีโอกาสสูงหากตัดสินใจทำตลาดในไทยอย่างจริงจังในอนาคต
บทวิเคราะห์ของจอน: กลยุทธ์การปรับตัวสู่ตลาดพรีเมียมและการรักษาสมดุลของยอดขาย
การฟื้นตัวของ Xpeng ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่เฉียบคม การที่บริษัทกล้าก้าวออกจากกรอบของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) มาสู่รถยนต์ระบบขยายระยะทาง (Extended-range) ในรุ่น GX ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะในตลาดโลกและตลาดจีนเอง ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความกังวลเรื่อง "Range Anxiety" หรือความกังวลเรื่องระยะทางวิ่ง ซึ่งระบบนี้ช่วยลดกำแพงในการตัดสินใจซื้อลงได้อย่างมหาศาล
ในเชิงวิเคราะห์ Xpeng กำลังใช้กลยุทธ์ "Sandwich Strategy" คือการมีรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง X9 และ GX ที่ทำกำไรต่อหน่วยสูง (High Margin) ประกบกับซีรีส์ Mona ที่เน้นปริมาณยอดขาย (High Volume) เพื่อครองส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด การทำเช่นนี้ช่วยให้บริษัทรักษาสภาพคล่องทางการเงินและสร้าง Economies of Scale ในการผลิตชิ้นส่วนหลักได้ดีขึ้น
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การเติบโตของ Xpeng เป็นตัวบ่งชี้ว่าตลาด EV กำลังเข้าสู่ยุคที่ "เทคโนโลยีและความหรูหรา" จะเป็นจุดตัดสินใจสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว หาก Xpeng สามารถบริหารจัดการเรื่องการส่งมอบและบริการหลังการขายในระดับสากลได้ดีเท่ากับความเร็วในการผลิต เราอาจจะได้เห็นผู้เล่นรายนี้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักในใจคนไทยที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในราคาที่จับต้องได้มากกว่าแบรนด์ยุโรป
บทความโดย จอน (Jon) — วิเคราะห์กลยุทธ์โครงสร้างตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และผลประโยชน์ของผู้บริโภคชาวไทย



