วิกฤตศรัทธาของยานยนต์ญี่ปุ่น: ยอดขายร่วงทั่วโลกและทางออกที่ต้องยอมแลก
อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นที่เคยเป็นเจ้าตลาดโลกกำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่จากการผงาดขึ้นของค่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จากจีน ล่าสุด โคจิ ซาโตะ (Koji Sato) รองประธานกรรมการของ Toyota และประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงในระหว่างการประชุมซัพพลายเออร์ประจำปีของ Toyota ว่า "หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น พวกเราจะไม่รอดอย่างแน่นอน"
ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดภายในกลุ่มพันธมิตรยานยนต์ญี่ปุ่นอย่างเด่นชัด แม้ว่าซาโตะจะไม่ได้ระบุชื่อของแบรนด์รถยนต์จีนตรงๆ แต่ตัวเลขอัตราการเติบโตและการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีนในเวทีระดับโลกคือหลักฐานที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
เมื่อค่ายรถจีนมียอดขายแซงค่ายญี่ปุ่นในยุโรปเป็นครั้งแรก
สถิติจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) ประจำเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อยอดขายสะสมของค่ายรถยนต์จีนอย่าง Geely Group, SAIC Motor, BYD, Chery และ Leapmotor รวมกันแตะระดับ 138,140 คัน ในขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นทั้งหมด ได้แก่ Toyota, Suzuki, Honda, Nissan, Mazda และ Mitsubishi รวมกันทำได้เพียง 130,424 คัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ค่ายรถจีนแซงหน้าค่ายญี่ปุ่นในยุโรป
ในตลาดประเทศจีนเอง สถานการณ์ก็รุนแรงไม่แพ้กัน ยอดขายสะสมของค่ายญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลงอย่างน่าใจหาย โดยยอดขายของ Toyota หดตัวลงถึง 17% ขณะที่ Honda ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยยอดขายที่ดิ่งลงกว่า 35% เนื่องจากผู้บริโภครุ่นใหม่ในจีนต่างมองหาเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ขั้นสูง และระบบการชาร์จที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ท้องถิ่น
ข้อเสนอจัดตั้ง "Japan Standard": ลดความหลากหลายเพื่อไปต่อ
เพื่อก้าวข้ามผ่านช่วงวิกฤตนี้ ซาโตะเสนอแนวคิดการปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการจัดทำมาตรฐานอุตสาหกรรมร่วม หรือ "Japan Standard" โดยมีหัวใจสำคัญคือการลดความซับซ้อนและกำหนดมาตรฐานชิ้นส่วนพื้นฐานที่ผู้บริโภค "มองไม่เห็น" ร่วมกัน เช่น:
- แผ่นเหล็กโครงสร้างรถยนต์ (Steel Sheets)
- ส่วนประกอบพลาสติก (Plastics)
- ชุดสายไฟภายในรถยนต์ (Wiring Harnesses)
ซาโตะยกตัวอย่างประเด็นเรื่อง ชุดสายไฟ (Wiring Harnesses) ว่า ปัจจุบันผู้ผลิตต้องผลิตสายไฟที่แตกต่างกันมากกว่า 70,000 รูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อโมเดลและยี่ห้อรถญี่ปุ่นที่หลากหลาย การลดทอนความซับซ้อนนี้ลงจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและการจัดซื้อของซัพพลายเออร์ได้อย่างมหาศาล
| ข้อมูลเปรียบเทียบยอดขายในยุโรป (พฤษภาคม) | ยอดขายสะสม (คัน) | แบรนด์หลักที่รวมอยู่ |
|---|---|---|
| กลุ่มผู้ผลิตจีน | 138,140 | Geely, SAIC, BYD, Chery, Leapmotor |
| กลุ่มผู้ผลิตญี่ปุ่น | 130,424 | Toyota, Suzuki, Honda, Nissan, Mazda, Mitsubishi |
เปลี่ยนงบชิ้นส่วนมาป้อนการพัฒนา "สมองกลและซอฟต์แวร์"
ตรรกะเบื้องหลังกลยุทธ์ "Japan Standard" ของซาโตะนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง: หากอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนพื้นฐานที่ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างได้ พวกเขาจะสามารถนำเงินทุนเหล่านั้นไปทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะสร้างความแตกต่างในการแข่งขันจริงในสายตาของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น:
- ระบบปฏิบัติการรถยนต์อัจฉริยะ (Software-Defined Vehicles - SDVs)
- ระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง (ADAS / Autonomous Driving)
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Solid-state และระบบชาร์จความเร็วสูง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสูงสุดของแผนการนี้คือการเจรจาระหว่างผู้ผลิตค่ายต่างๆ ที่มีวัฒนธรรมองค์กรและห่วงโซ่อุปทานที่แยกส่วนกันมายาวนาน การยอมเสียอัตลักษณ์ของชิ้นส่วนภายในบางอย่างเพื่อร่วมมือกันคือสิ่งที่ทุกค่ายต้องเผชิญหน้า
บทวิเคราะห์ของจอน: ยุทธศาสตร์สุดท้ายเพื่อรักษาฐานทัพยานยนต์ญี่ปุ่น
การยอมรับความเป็นจริงของ โคจิ ซาโตะ เป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่น ในอดีต แบรนด์ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการพัฒนาแบบอิสระและการแข่งขันกันเองในระดับดีเทล แต่ในยุคปัจจุบันที่อุตสาหกรรมเปลี่ยนจากเชิงกล (Mechanical) ไปสู่ระบบดิจิทัลและการประมวลผลบนคลาวด์ การแข่งขันแบบเดิมส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
การจัดตั้ง "Japan Standard" เพื่อแชร์ต้นทุนชิ้นส่วนทั่วไปร่วมกัน เป็นทิศทางเดียวกับที่กลุ่มยุโรปเคยพยายามทำ แต่ญี่ปุ่นมีความได้เปรียบในเรื่องของพันธมิตรที่เหนียวแน่นกว่าผ่านสมาคม JAMA หากค่ายใหญ่อย่าง Toyota, Honda และ Nissan สามารถทำข้อตกลงและแบ่งปันชิ้นส่วนแชสซีหรือโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้จริง จะส่งผลดีต่อภาพรวมการแข่งขันระดับสากล และสามารถดึงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมาจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนได้ ทว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความพร้อมทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องของ "ความเร็ว" ในการปรับตัวและก้าวข้ามกรอบแนวคิดเดิมๆ ก่อนที่ตลาดในยุโรปและอาเซียนจะถูกกลืนกินไปมากกว่านี้
บทความโดย จอน (Jon) — วิเคราะห์ความคืบหน้าของเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ การพัฒนาฮาร์ดแวร์ขับขี่อัตโนมัติ และยุทธศาสตร์ไอทีโลก





