ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม (Luxury MPV) ในประเทศไทย กำลังจะต้อนรับการกลับมาของตำนานรถตู้ระดับผู้บริหาร เมื่อ Nissan ประเทศไทย ได้ยืนยันแผนการเปิดตัว All-New Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE อย่างเป็นทางการในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2026 นี้ ก่อนที่งานมหกรรมยานยนต์ Motor Expo จะเริ่มต้นขึ้น
หลังจากที่นิสสันประสบความสำเร็จในการนำเข้ารถยนต์ขุมพลัง e-POWER จากญี่ปุ่นมาแล้ว 2 รุ่น ได้แก่ Serena e-POWER (C28) และ X-Trail e-POWER การนำเข้า ELGRAND ครั้งนี้จึงถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดที่จะลงมาเขย่าบัลลังก์ของเจ้าตลาดอย่าง Toyota Alphard / Vellfire และท้าชนคลื่นลูกใหม่อย่าง DENZA D9 โดยตรง
ดีไซน์ภายนอก: ปรัชญา Timeless Japanese Futurism
All-New Nissan ELGRAND ได้รับการออกแบบใหม่หมดจดตั้งแต่หัวจรดท้าย ฉีกภาพจำจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง:
- กระจังหน้า Grand V-Motion ขนาดยักษ์: ดีไซน์ลวดลายเรขาคณิตโครเมียมเงางาม ผสานโคมไฟหน้า Matrix LED ทรงเพรียวบาง 2 ชั้น ให้ความรู้สึกสง่างามและทรงพลัง
- มิติตัวถังที่สมดุล: มีความยาวประมาณ 4,915 มิลลิเมตร (สั้นกว่า Alphard เล็กน้อยประมาณ 105 มม.) แต่มีความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร และความสูง 1,935 มิลลิเมตร ซึ่งกว้างและเตี้ยกว่าเล็กน้อย ทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวได้นิ่งกว่าขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง
- แนวหลังคาแบบ Floating Roof: ตกแต่งด้วยเส้นสายโครเมียมพาดยาวจากเสา A สู่เสา D พร้อมกระจกบังลมรอบคันแบบตัดแสง UV และซับเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
- ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองฝั่ง: พร้อมระบบแฮนด์ฟรีเตะเปิด (Kick Sensor) และบันไดไฟฟ้าแบบพับเก็บอัตโนมัติ ช่วยให้เด็กและผู้สูงอายุขึ้น-ลงได้อย่างสะดวกสบาย
ขุมพลัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 + มอเตอร์คู่ e-4ORCE
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ELGRAND แตกต่างจากรถตู้ไฮบริดทั่วไป คือเทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ที่ขับเคลื่อนด้วย "มอเตอร์ไฟฟ้า 100%" ตลอดเวลา โดยเครื่องยนต์ไม่ส่งกำลังลงล้อ:
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VC-Turbo (รหัส ZR15DDTe): 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันกำลังอัดอัจฉริยะ ให้กำลัง 142 แรงม้า ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ปั่นไฟเก็บเข้าแบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE (Dual-Motor AWD):
- มอเตอร์หน้า: รหัส BM46 ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- มอเตอร์หลัง: รหัส MM48 ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร
- แรงบิดรวมทั้งระบบมหาศาล: มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวล ฉับไว ไร้รอยต่อ และปราศจากอาการรอรอบเกียร์
ระบบ e-4ORCE ยังช่วยควบคุมแรงเบรกและการถ่ายเทน้ำหนักหน้า-หลังแบบเรียลไทม์ ลดอาการหน้าทิ่ม (Pitching) ขณะเบรกชะลอความเร็ว ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งสบาย ไม่เวียนหัวตลอดการเดินทาง
ห้องโดยสารระดับ First-Class: เลานจ์ส่วนตัวเคลื่อนที่
ภายในห้องโดยสารของ All-New ELGRAND เน้นความโอ่อ่าและการใช้วัสดุระดับพรีเมียม:
- เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Ottoman VIP Captain Seats: ปรับไฟฟ้าเต็มระบบ พร้อมระบบนวดฝ่าหลัง เบาะอุ่น ระบบเป่าลมระบายอากาศ และที่รองน่องปรับยืดได้
- ระบบควบคุมอุณหภูมิ 3 โซนอิสระ: พร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศ Plasmacluster Ion กรองฝุ่น PM2.5
- หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง: จอพับเพดานขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ HDMI, Apple AirPlay และระบบสตรีมมิ่ง
- ระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE Performance Series: ลำโพง 16 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก Active Noise Cancellation มอบความเงียบสงบในห้องโดยสารระดับยนตรกรรมระดับพรีเมียม
วิเคราะห์เปรียบเทียบ: Nissan ELGRAND vs Toyota Alphard HEV
| มิติการเปรียบเทียบ | Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE | Toyota Alphard 2.5 HEV (ศูนย์ไทย) |
|---|---|---|
| ประเทศผู้ผลิต | นำเข้าจากญี่ปุ่น (CBU) | นำเข้าจากญี่ปุ่น (CBU) |
| ระบบขับเคลื่อน | ไฟฟ้า 100% ขับสี่ e-4ORCE (เครื่องปั่นไฟ) | เบนซิน ไฮบริด (E-Four) |
| พละกำลังขับเคลื่อน | มอเตอร์คู่ (204 + 136 แรงม้า) | เครื่องยนต์ + มอเตอร์รวม 250 แรงม้า |
| ความรู้สึกในการขับขี่ | เงียบ นุ่มนวล แรงบิดตอบสนองทันทีแบบ EV | ตอบสนองดีสไตล์เครื่องยนต์สันดาปผสมเกียร์ E-CVT |
| ราคาจำหน่ายคาดการณ์ | 3.89 – 4.09 ล้านบาท | 4.129 – 4.499 ล้านบาท |
กลยุทธ์ราคาและการทำตลาดในประเทศไทย
โจทย์สำคัญที่สุดของ นิสสัน ประเทศไทย คือ "การตั้งราคา" ในญี่ปุ่น ราคาของ ELGRAND รุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่า Alphard เล็กน้อย แต่เมื่อนำเข้ามาทำตลาดในไทย นิสสันจำเป็นต้องวางราคาให้ ต่ำกว่าหรือเข้าถึงได้ง่ายกว่า Alphard เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลุ่มผู้บริหารกล้าเปิดใจเปลี่ยนมาใช้
หากนิสสันสามารถเคาะราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ในช่วง 3.89 – 4.09 ล้านบาท ควบคู่กับแพ็กเกจการรับประกันระบบ e-POWER นาน 10 ปี และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี ELGRAND จะกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าดึงดูดใจที่สุดในกลุ่มรถตู้หรูนำเข้าจากญี่ปุ่นปี 2026 อย่างแน่นอน





