ค่ายรถยนต์สัญชาติเช็กในเครือ Volkswagen Group อย่าง Skoda ขึ้นชื่อมาอย่างยาวนานในเรื่องปรัชญาการออกแบบ "Simply Clever" ที่มักจะมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แต่ใช้งานได้จริงซ่อนอยู่ทั่วคันรถ ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บร่มในแผงประตู ที่หนีบบัตรจอดรถหน้ากระจก หรือถังขยะจิ๋วในช่องเก็บของ ล่าสุดทีมบ่มเพาะนวัตกรรมของ Skoda ได้ยกระดับแนวคิดนี้ไปอีกขั้นด้วยการเปิดให้เจ้าของรถสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ต้นแบบ 3 มิติ (3D Print Files) ไปพิมพ์อุปกรณ์เสริมในรถใช้เองได้ฟรี!
เปลี่ยนเจ้าของรถให้เป็นนักสร้างสรรค์ ด้วยคลังไฟล์ 3D Print มาตรฐานโรงงาน
แทนที่ลูกค้าจะต้องสั่งซื้ออุปกรณ์จัดระเบียบเล็กๆ น้อยๆ จากศูนย์บริการในราคาแพง หรือเสี่ยงซื้อของแต่งเทียบที่ขนาดไม่พอดีกับช่องคอนโซล ทีมวิศวกรและนักออกแบบของ Skoda ได้นำข้อมูลขนาดมิติภายในห้องโดยสารที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร มาออกแบบเป็นชุดอุปกรณ์เสริมและเปิดให้ดาวน์โหลดไฟล์ไปสั่งพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ที่บ้านหรือร้านรับพิมพ์ทั่วไปได้ทันที
ตัวอย่างอุปกรณ์เสริมที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปพิมพ์ใช้เอง
- ตัวแปลงขนาดช่องวางแก้วน้ำ (Cupholder Adapters) สำหรับแก้วเก็บความเย็นหรือขวดน้ำรูปทรงพิเศษ
- ฉากกั้นและกล่องจัดระเบียบในคอนโซลกลาง (Modular Storage Dividers)
- ตัวจัดเก็บสายชาร์จสมาร์ตโฟนและที่แขวนของอเนกประสงค์ (Cable Organizers & Hooks)
- ถาดวางของและที่วางแก้วแบบหนีบเข้ากับโต๊ะพับหลังเบาะ
ที่สำคัญ โครงการนี้ไม่ได้รองรับเฉพาะรถยนต์รุ่นปัจจุบันหรือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Skoda Epiq และ Skoda Peaq เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึง รถยนต์รุ่นที่เลิกผลิตไปแล้ว (Discontinued Models) อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้รถเก่าสามารถพิมพ์ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เสริมขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา
ทำไมโมเดล Open 3D Accessories ถึงได้ประโยชน์ทั้งค่ายรถและลูกค้า?
แนวคิดการแจกไฟล์ 3D Print ของ Skoda เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการนำเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่มาแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิม:
1. ลดต้นทุนการขึ้นแม่พิมพ์และการสต็อกอะไหล่ชิ้นเล็ก
ในการผลิตอุปกรณ์เสริมพลาสติกแบบฉีดขึ้นรูป (Injection Molding) โรงงานต้องลงทุนค่าแม่พิมพ์เหล็กราคาแพง ต้องสั่งผลิตขั้นต่ำหลักหมื่นชิ้น และต้องเสียพื้นที่คลังสินค้ารวมถึงค่าขนส่งกระจายไปตามดีลเลอร์ทั่วโลก การเปลี่ยนมาแจกไฟล์ดิจิทัลช่วยตัดต้นทุนการผลิตและการจัดเก็บเหล่านี้เหลือศูนย์
2. อิสระในการเลือกสีและวัสดุตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถ
ผู้ใช้งานสามารถเลือกสีของเส้นพลาสติก (Filament) ให้เข้ากับโทนสีห้องโดยสารหรือสีภายนอกรถของตนเองได้ตามต้องการ อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงแก้ไขขนาดไฟล์ (Remix) ให้เหมาะกับอุปกรณ์เฉพาะตัว เช่น กล้องแอ็กชันแคม หรือวิทยุสื่อสาร ได้อย่างอิสระ
3. ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability)
เมื่อชิ้นส่วนแตกหักหรือต้องการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน เจ้าของรถสามารถพิมพ์เฉพาะชิ้นที่ต้องการขึ้นมาทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อยกชุด ลดขยะพลาสติกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่งข้ามทวีป
ถือเป็นไอเดียเล็กๆ ที่ชาญฉลาดและน่าจับตามองว่าจะมีค่ายรถยนต์ไฟฟ้าและผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นนำแนวคิดการเปิดคลังไฟล์ 3D Print มาประยุกต์ใช้กับคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถในประเทศไทยมากน้อยเพียงใดในอนาคต





