เครือ Chery เดินหน้าขยายไลน์อัพรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Omoda อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เผยโฉมรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ Omoda X ภายใต้แนวคิดการพัฒนา "Crossvolution" ที่ผสานความโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยของรถครอสโอเวอร์เมืองเข้ากับสมรรถนะการบุกตะลุยแบบออฟโรดอย่างเต็มพิกัด เตรียมทำตลาดโลกด้วยทางเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมทั้งไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้าล้วน (BEV)


ดีไซน์ Cyber Mecha และสีตัวถังเคลือบกันรอยขีดข่วน Progloss Plus

รูปลักษณ์ภายนอกของ Omoda X ฉีกกรอบจากรถครอสโอเวอร์ทั่วไปด้วยภาษาการออกแบบสไตล์ Cyber Mecha ที่เน้นเส้นสายเหลี่ยมคมทรงพลังคล้ายหุ่นยนต์รบแห่งอนาคต กระจังหน้าและชุดกันชนหน้าดีไซน์รูปตัว X ขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED แบบแยกส่วน ซุ้มล้อขนาดใหญ่เสริมความบึกบึนพร้อมติดตั้งยางแบบ All-Terrain สำหรับลุยทุกสภาพผิวถนน

มิติตัวถังและขีดความสามารถในการลุยของ Omoda X

  • ความยาว x ความกว้าง x ความสูง: 4,654 x 1,920 x 1,702 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ: 2,700 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 200 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุด: 700 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการลากจูงสูงสุด (Towing Capacity): 1,800 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ตัวถังของ Omoda X ยังเคลือบด้วยแล็กเกอร์สูตรพิเศษ Progloss Plus Clearcoat ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้หรือเศษหินขณะขับขี่เส้นทางธรรมชาติได้ดีกว่าสีรถยนต์ทั่วไป


ห้องโดยสารพร้อมลุยและเทคโนโลยีกล้องตรวจจับความร้อนระยะ 90 เมตร

ภายในห้องโดยสารของ Omoda X ถูกออกแบบให้ผสานความล้ำสมัยเข้ากับการใช้งานสายผจญภัยอย่างแท้จริง:

  • ชุดหน้าจอคู่: เรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว
  • สวิตช์ควบคุมแบบ Physical สำหรับสายลุย: คอนโซลกลางติดตั้งปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีแดงสด พร้อมแป้นหมุนและปุ่มกดจริงสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ X-Mode Terrain Control เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการลุยได้ทันทีโดยไม่ต้องละสายตาจากเส้นทาง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซน (4-Zone Climate Control) พร้อมช่องเก็บของรอบห้องโดยสารมากถึง 39 จุด
  • กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Night Vision Camera): ฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ที่สามารถตรวจจับความร้อนของสิ่งมีชีวิต คนเดินถนน หรือสัตว์ป่าในความมืดสนิทหรือท่ามกลางหมอกหนาได้ในระยะไกลถึง 90 เมตร แสดงผลเตือนผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์

กลยุทธ์ Multi-Powertrain: เตรียมส่งทั้ง HEV, PHEV และ EV ลุยตลาดโลก

เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกัน Omoda X จึงถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มพลังงานใหม่ที่รองรับขุมพลังทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่:

  1. HEV (Hybrid Electric Vehicle): สำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและความคล่องตัวโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ
  2. PHEV (Plug-in Hybrid): ขุมพลัง Super Hybrid ที่ให้ทั้งระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และระยะทางวิ่งรวมเกิน 1,000 กม. สำหรับทริปแคมป์ปิ้งไกลๆ
  3. EV (Battery Electric Vehicle): ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะและฟังก์ชันจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก (V2L)

การเปิดตัว Omoda X สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์รถยนต์จีนยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคาหรือขนาดหน้าจออีกต่อไป แต่กำลังรุกหนักเข้าสู่กลุ่ม Lifestyle & Adventure SUV ที่เน้นอรรถประโยชน์และการใช้งานจริงในทุกสภาพเส้นทาง

ติดตามข้อมูลรถครอสโอเวอร์และเอสยูวีรุ่นใหม่ในไทยได้ที่ ฐานข้อมูลรถยนต์ และ เปรียบเทียบรถยนต์