หลังจากที่ BYD Seagull (หรือที่ทำตลาดในหลายประเทศภายใต้ชื่อ BYD Dolphin Mini และ BYD Atto 1) สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ล่าสุด BYD ได้เปิดตัว All-New BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 อย่างเป็นทางการ โดยยกเครื่องใหม่ทั้งขนาดตัวถัง การจัดวางเบาะนั่ง อุปกรณ์ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่


มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้นทุกมิติ ขยับสู่พิกัด B-Hatchback 5 ที่นั่งเต็มตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ All-New BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 คือการขยายขนาดตัวถังให้ใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพื่อลบข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระของรุ่นแรก:

  • ความยาว: 4,205 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นกว่าเดิมถึง 425 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง: 1,810 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 95 มิลลิเมตร)
  • ความสูง: 1,570 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 30 มิลลิเมตร)
  • ระยะฐานล้อ: 2,650 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 150 มิลลิเมตร)

ด้วยการขยายระยะฐานล้อเป็น 2,650 มม. และความกว้างตัวถังทะลุ 1.81 เมตร ทำให้ BYD Seagull โฉมใหม่มีขนาดใกล้เคียงกับ BYD Dolphin รุ่นแรก และได้รับการอัปเกรดจากเดิมที่รองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง มาเป็น ห้องโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง อย่างสมบูรณ์ ตอบโจทย์การใช้งานเป็นรถคันหลักของครอบครัวขนาดเล็กได้ดีขึ้นมาก


ห้องโดยสารอัปเกรดพรีเมียมเกินคลาส จอกลาง 15.6 นิ้ว พร้อมเบาะนวดไฟฟ้า

ไม่เพียงแค่พื้นที่ที่กว้างขึ้น แต่ภายในห้องโดยสารของ BYD Seagull เจเนอเรชันใหม่ยังได้รับการยกระดับฟีเจอร์ให้เทียบชั้นรถไฟฟ้ารุ่นพี่:

  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่สูงสุด 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ DiLink 150
  • เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชัน นวดผ่อนคลาย (Massage Function)
  • เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบเป่าลมเย็น (Ventilated Seats) และระบบอุ่นเบาะ (Heated Seats)
  • แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายกำลังไฟสูง 50W พร้อมช่องระบายความร้อน
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 127 เฉดสี และระบบเครื่องเสียงลำโพง 8 ตำแหน่ง

ขุมพลังใหม่และแบตเตอรี่ Blade Battery Gen 2 รองรับ Flash Charging

ในด้านระบบขับเคลื่อน All-New BYD Seagull มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าที่มีให้เลือก 2 ระดับพละกำลัง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่มีเพียง 75 แรงม้า):

  1. รุ่นมอเตอร์ 85 kW (114 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร
  2. รุ่นมอเตอร์ 95 kW (127 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำ แบตเตอรี่ LFP Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 มาติดตั้ง โดยมีให้เลือก 2 ขนาดความจุ:

  • รุ่นแบตเตอรี่ 30.1 kWh: ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 320 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
  • รุ่นแบตเตอรี่ 39.2 kWh: ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 420 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)

ที่สำคัญ ในรุ่นท็อปยังรองรับเทคโนโลยี Flash Charging ของ BYD ที่สามารถชาร์จไฟกระแสตรง (DC Fast Charge) จาก 10% ถึง 70% ได้ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 10–15 นาที ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับเริ่มต้นที่เดิมทีชาร์จ DC ได้ค่อนข้างช้า


แนวโน้มการทำตลาดและผลกระทบต่อกลุ่ม City EV ในไทย

การที่ BYD ขยายขนาดตัวถังของ Seagull (Atto 1) เจเนอเรชันใหม่ขึ้นเป็น 4.2 เมตร พร้อมสเปกมอเตอร์ 114–127 แรงม้า และแบตเตอรี่ Blade Gen 2 ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของกลุ่มแฮทช์แบ็กไฟฟ้าพิกัด 4.0–4.2 เมตรในตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็น Geely EX2, GAC Aion UT, Wuling Binguo หรือ ORA Good Cat

สามารถเช็กสเปกและเปรียบเทียบระยะทางวิ่งจริงของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นได้ที่ คำนวณระยะทางวิ่งจริง EV และ ฐานข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้า